วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553
Learning Log Week 7
CMS : Content Management System
เป็นระบบที่นำมาช่วยสร้างและบรืหารเว็บไซต์แบบสำเร็จรูป ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องมีความรู้ในด้านการเขียนโปรแกรม ประกอบไปด้วยระบบย่อยๆ เช่น ระบบจัดการบทความและข่าวสาร ,ระบบจัดการสมาชิก, ระบบสืบค้นข้อมูล, ระบบจัดการไฟล์ดาวน์โหลด, ระบบการจัดการป้ายโฆษณาหรือ banner
wordpress
เป็นซอฟแวร์ที่ช่วยสร้างบล๊อก ปัจจุบันได้รับความนิยมไปทั่วโลก เพราะเป็นโปรแกรมที่ค่อนข้างยืดหยุ่นในการใช้งานหน่วยงานที่ใช้ wordpress ได้แก่ CNN
google site : เปิดให้บริการเว็ปไซต์แบบง่ายๆ มี template สำเร็จรูปให้เลือกใช้ สามารถใช้งานได้ง่าย เหมือนกันเขียนบล็อกบนเว็ป แต่ไม่สามารถปรับแต่งรูปแบบได้มากนัก
mambo : มีโครงสร้างคล้ายกับ joomla แต่ปัจจุบันนิยมน้อยลง
Joomla : เป็นโปรแกรมช่วยสร้างบล็อกที่เป็นที่นิยมมาก สามารถปรับแต่งรูปแบบได้อย่างมากมาย มีฟังก์ชันอื่นๆ ให้เลือกใช้ตกแต่งเว็บไซต์ได้อย่างง่ายดาย
LMS : Learning Management System
เป็นระบบที่นำเสนอความรู้ จัดเก็บข้อมูลเพื่อติดตามสิ่งต่างๆที่เกิดขึ้น โดยสนับสนุน
การจัดการเรียนการสอนอีเลิร์นนิ่ง เช่น การสร้างบทเรียน การสร้างกิจกรรมออนไลน์
การสร้างแบบทดสอบออนไลน์ การสร้างประเมินออนไลน์ การตรวจสอบเวลาเรียน
ทำให้สะดวกในการจัดการเรียนการสอน E-learning
ตัวอย่าง LMS
- Blackboard จุฬาฯใช้ มีข้อจำกัด คือ มีลิขสิทธิ์ ต้องเสียค่าใช่จ่าย และไม่ยืดหยุ่นในการปรับปรุงแก้ไข
- sakai project ให้ความช่วยเหลือในการจัดการเรียนการสอนออนไลน์
- Atutor ผู้สอนสามารถพัฒนาต่อได้ และสามารถออกแบบได้ตามต้องการ
- moodle ได้รับความนิยมมากที่สุดในปัจจับัน สามารถสร้างบทเรียน แบบทดสอบได้ ในรายวิชานี้ก็ใช้ในการเรียนการสอน
สิ่งที่จะต้องค้นคว้า/เพิ่มเติมครั้งหน้า
- present webquest
- ฝึกใช้งาน joomla และค้นคว้าเทคนิคเพิ่มเติม
ข้อคิดเห็นอื่นๆ
- ชอบที่อาจารย์แบ่งกลุ่มศึกษา แล้วออกไปนำเสนอ เข้าใจง่ายกว่า แล้วก็ไม่น่าเบื่อด้วยค่ะ
Learning Log Week 6
จากที่ได้ Present งานกับอาจารย์ ได้รับคำแนะนำในการปรับปรุง webquest ให้ดีขึ้น คือ
- Banner มีขนาดไหญ่เกินไป ควระจะปรับให้เหลือ 1/3 ของหน้าเว็บ
- Template มีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้มองไม่เห็นปุ่มทั้งหมด
- แก้ไข Task Process evaluation ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น
สิ่งที่จะต้องค้นคว้า/เตรียมมาครั้งหน้า
- webquest ที่สมบูรณ์ พร้อม Present
ข้อคิดเห็นอื่นๆ
- ชอบการ present ที่อาจารย์ให้ feedback เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น
วันอังคารที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2552
Learning Log Week 5
การสร้างเว็บด้วยโปรแกรม Macromedia Dreamwaver มีขั้นตอนดังนี้
•การสร้างเว็บเริ่มต้นด้วยการ ตั้งค่า site เป็นสิ่งแรกที่ควรจะทำเสมอ ก่อนจะลงมือทำเว็บ จะทำให้ไฟล์ที่สร้างรวมอยู่ที่เดียวและเชื่อมโยงกับไฟล์ต่าง ๆ
•ก่อนทำเว็บไซต์ทุกครั้งจะต้องปรับตั้งค่าภาษาให้เป็นภาษาไทย เพื่อให้ใช้ภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์
•ปรับตั้งค่าเว็บเพจ เพื่อกำหนดค่าต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสี font หรือ blackground
•สร้างตาราง เพื่อช่วยในการจัดวางองค์ประกอบต่าง ๆ
•จัดองค์ประกอบส่วนต่าง ๆ ของเว็บลงในตาราง
•การสร้าง template เพื่อให้หน้าเว็บไซต์ทุกหน้าเหมือนกัน และสามารถนำไปใช้ได้ทุกเว็บเพจในเว็บไซต์ และป้องกันการแก้ไขในส่วนที่ไม่ต้องการอีกด้วย
•โปรแกรม Dreamwaver มีลูกเล่นต่าง ๆ มากมาย เช่น เทคนิคการสร้าง Rollover button
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า
• ค้นคว้าข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ Windows movie maker และเทคนิคต่าง ๆ เพื่อใช้ในการสร้าง webquest
•เตรียมตัวนำเสนอผลงาน webquest ที่เสร็จอย่างน้อย 70%
ข้อเสนออื่นๆ
ตัวอย่างเว็บไซต์หรือโปรแกรมที่เพื่อน ๆ สืบค้นข้อมูลมานั้น ทำให้เห็นเทคนิคที่จะนำมาใช้ในการพัฒนาเว็บไซต์ให้น่าสนใจมากขึ้นค่ะ
วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week 4
สิ่งที่ได้เรียนรู้
- กิจกรรมการนำเสนอผลงานการออกแบบเว็บเควสต์ ทำให้เห็นถึงมุมมองการออกแบบเว็บที่หลากหลายจากเพื่อน ๆ แต่ละคน ได้เห็นตัวอย่างการออกแบบเว็บที่ดี นอกจากนั้นยังเห็นข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆของแต่ละคนอีกด้วย จากการนำเสนอเพื่อน ๆ และอาจารย์ผู้สอนก็จะช่วยแนะนำ เสนอแนะข้อบกพร่องที่ควรปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเว็บเควสของเราให้ออกมาดีที่สุด
- ข้อบกพร่องในส่วนต่าง ๆ ของดิฉันที่จะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไข คือ สีของชื่อเรื่อง (cloud) กลมกลืนกับแบล็กกราวมากเกินไป และถ้าปรับโทนสีของเว็บเป็นสีฟ้ามากขึ้นให้เข้ากับเรื่องเมฆได้มากกว่านี้ก็จะดีมาก ในส่วนของ site structure ควรลงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นถึงโครงสร้างของเว็บเควสอย่างละเอียด ซึ่งการออกแบบนี้จะทำให้เราเห็นภาพรวมทั้งหมดที่จะนำไปสร้างเว็บเควสต์ ค่ะ
*งานคู่ คู่กับนภนุต เค้าศรีวงษ์ เรื่องที่เลือก คือ เรื่องเมฆ (cloud) - การใช้ adobe photoshop หรือโปรแกรมอื่นๆ ในการพัฒนาเว็บนั้น ทำให้เว็บดูสวยงาม และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นความสนใจให้กับผู้ใช้เว็บ เว็บไซต์ที่สวยงามก็เป็นอีกปัจจัยที่จะดึงดูดความน่าสนใจของเว็บนั้นๆ ค่ะ
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า
- หาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง เมฆ
- ออกแบบเว็บเควสต์(งานคู่) โดยนำคำแนะนำจากการเสนอผลงานมาปรับปรุงให้ดีขึ้น
- กิจกรรมนำเสนอผลงานออกแบบเว็บเควสต์ดีค่ะ ทำให้เห็นมุมมองที่หลากหลาย และได้ข้อเสนอแนะในส่วนที่บกพร่อง เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข
วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week 3
ADDIE's ISD Model มีขั้นตอนดังนี้
1.ขั้นการวิเคราะห์ (Analysis) >> ประกอบด้วยการวิเคราะห์หัวเรื่อง วิเคราะห์ผู้เรียน วิเคราะห์วัตถุประสงค์ วิเคราะห์เนื้อหา
2.ขั้นการออกแบบ (Design) >> การกำหนดโครงสร้าง รายละเอียดของเว็บไซท์ให้สอดคล้องกับข้อมูลจากขั้นวิเคราะห์
3.ขั้นการพัฒนา (Delopment) >> กำหนดแผนการดำเนินงานการสร้างเว็บไซท์ โดยระบุเนื้อหา รูปภาพและอื่นๆ ที่จะนำมาใช้ในเว็บ โดยตอบสนองกับวัตถุประสงค์
4.ขั้นการนำไปใช้ (Implementation) >> เมื่อสร้างเว็บไซท์เสร็จ ควรนำไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายและปรับแก้ตามข้อเสนอแนะ
5.ขั้นประเมินผล (Evaluation) >> จะต้องมีการวัดและประเมินผลอย่างเป็นระบ โดยวัดที่คุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้ของของเว็บไซท์
GAGNE Model
1.Gaining Attention >> ขั้นการสร้างความสนใจ โดยอาจใช้ภาพ สี เสียง แอนนิเมชั่นต่าง ๆ
2.Inform learners Objectives >> ขั้นการแจ้งวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนทราบ อาจใช้รูปแบบของ bloom
3.Stimulate recall of prior learning >> ขั้นกระตุ้นความรู้เดิม โดยอาจใช้วิธีการถามตอบหรือทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4.Present the content >> ขั้นการนำเสนอเนื้อหา อาจอยู่ในรูปแบบเนื้อหา สื่อมัลติมีเดีย หรือบทเรียน CAI
5.Provide learning guidance >> ขั้นการให้คำแนะนำ ควรมีหน้าสำหรับให้ผู้เรียนได้ถามข้อสงสัยต่าง ๆ
6.Elicit performance >> ขั้นการตรวจสอบการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยดูจากพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออกมา
7.Provide feedback >> ขั้นในการให้ข้อเสนอแนะผู้เรียน อาจเสนอแนะผ่านช่องท่างต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้ทราบผลป้อนกลับ
8.Assess performance >> ขั้นการประเมินผล ควรมีการประเมินผลที่หลากหลาย
9.Enhance retention & transfer to the job >> ขั้นระดับความคงทนในเรื่องที่จะเรียนและการถ่ายโยง เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ต่อไป
Site structure การออกแบบโครงสร้างของเว็บ
คือ การจัดหมวดหมู่ และการลำดับเนื้อหา แล้วจัดทำเป็นแผนผังโครงสร้างเว็บไซต์ ซึ่งทำเรารู้ว่ามีเนื้อหาอะไรบ้างภายในเว็บไซต์ และแต่ละหน้าเว็ยเพจนั้นมีการเชื่อมโยงกันอย่างไร โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีจะช่วยให้ผู้ชมไม่สับสนและค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว
Page Design การออกแบบหน้าเว็บ
web page ประกอบด้วย
1.Page Header ส่วนบนสุด นิยมใส่ชื่อเว็ป
2.Navigation bar ใช้เชื่อมโยงไปส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซท์
3.Page Body ส่วนนี้ใช้สำหรับใส่เนื้อหาหลักของเว็บไซท์
4.Page Footert ส่วนล่างสุด มักใส่ชื่อของหน่วยงานหรือผุ้ทำเว็บไซต์
ในการออกแบบควรใช้งานง่ายและมีสุนทรียภาพ โดยมีความเรียบง่ายในการนำเสนอ มีความสม่ำเสมอตลอดทั้งเว็บไซท์ ควรเลือกใช้สีให้เหมาะสม เพื่อให้ความรู้สึกกับผู้เข้าใช้เว็บไซท์
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม
- ออกแบบรูปแบบของเว็ปเให้ชัดเจนมากขึ้น
- วางแผนการสร้างเว็ป
ข้อคิดเห็นอื่น ๆ
- ห้องเรียนในวันนั้นเหม็นสีมาก รวมถึงกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติในชั้นเรียนค่อนข้างมาก ทำให้เวียนหัวมากค่ะ
- webquest ควรให้ทำเป็นงานคู่ค่ะ
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week 2
Webquest เป็นการจัดกิจกรรมที่ผู้เรียนใช้ข้อมูลออนไลน์ในการจัดกิจกรรมแบบสืบสอบ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ โดยประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้
- การนำเข้าสู่บทเรียน (Introduction) บอกที่มาของกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ทราบว่าเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร
- ภาระงานที่ได้รับมอบหมาย (Task) บอกให้ผู้เรียนทราบถึงผลลัพธ์ที่ผู้เรียนต้องจัดทำขึ้นเมื่อจบกิจกรรมนี้แล้ว
- กระบวนการทำงาน แหล่งอ้างอิงการเรียนรู้ (Process) บอกให้ผู้เรียนทราบถึงรายละเอิยดขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องดำเนินการ นักเรียนต้องทำกิจกรรมโดยใช้ website ต่าง ๆ
- การประเมินผล (Evaluation) แสดงเกณฑ์การตัดสอนและความหมายของคะแนนให้นักเรียนทราบ
- บทสรุป (Concusion) ต้องสรุปให้นักเรียนทราบถึงความสำคัญและคุณค่าของเนื้อหากิจกรรมนั้นๆ
นอกจากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ webquest คือแหล่งอ้างอิง ที่จะช่วยให้ผู้เรียนทราบถึงแหล่งข้อมูล และส่วนของครูผู้สอน ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ชี้แจงครูที่สนใจเข้ามาใช้ webquest ชิ้นนั้นๆ
Dr.Bernie Dodge แห่ง San Diego state University ผู้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรม Webquest ในปัจจุบันได้รับความนิยมจากประเทศต่าง ๆ เป็นอย่างมาก
จากกิจกรรม My favorite webquest ทำให้เห็นถึงจุดเด่นของ webquest กิจกรรมที่หลากหลายในการจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบ และจุดด้อยที่เราจะต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขในการสร้าง webquest ของตนเอง
web 2.0 เป็นลักษณะของเทคโนโลยีเวิลด์ไวด์เว็บ และการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบันที่มีลักษณะส่งเสริม่ให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล การพัฒนาด้านแนวคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่วมสร้างข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งพัฒนาจากเว็บรุ่นเก่าที่ content มักเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของเว็บที่ไม่ต้องการให้นำไปลงที่อื่น ส่วน web 2.0 เจ้าของต้องการให้เนื้อหาของตนเองแพร่หลายมากที่สุด
ลักษณะการออกแบบเว็บไซต์ในยุค web 2.0 สรุปได้ดังนี้
- ใช้งานได้ง่าย
- แยกส่วนหัวออกมาอย่างชัดเจน
- จัดวางส่วนต่างๆ ของเว็บอย่างเหมาะสม
- อักษร สีตัวอักษร และพื้นหลังที่ใช้ต้องชัดเจน
- ใช้เทคนิคต่าง ๆ เพิ่มกราฟิกให้น่าสนใจ
Web application tools เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ใช้ทำงานบนหน้าเว็บ
- blog - เว็บส่วนตัว สร้างง่าย
- Social Boomarking - แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
- RSS Feed - อัพเดทข้อมูลข่าวสาร
- Widgets - application ลูกเล่นของเว็บไซต์
- Mashup - ผสมผสานให้เกิด application ใหม่ๆ
Communication tools เครื่องมือที่ช่วยติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล
- Chat/shoutbox - แสดงความคิด พูดคุยผ่านแป้นพิมพ์
- Instant Messenging - การพูดคุย
- Skype - โทรศัพท์ทางไกล
- Podcast - การนำเสนอวิดีโอและเสียงออนไลน์
- Audiographics -รูปแบบใหม่ของการประชุม
Community tools เครื่องมือและเว็บไซต์ที่ส่งเสริมให้เกิดสังคมออนไลน์
- webboard - แบ่งปันความคิดเห็นร่วมกัน
- Wiki - ชุมชนความรู้
- Social Networking - สังคมออนไลน์
- Second Life - ชีวิตออนไลน์
File sharing tools เครื่องมือและเว็บไซต์ที่ช่วยในการแบ่งปันำฟล์ต่าง ๆ ของผู้ใช้
- Photo sharing - แบ่งปันรูปภาพ ภาพถ่าพต่างๆ
- video sharing - แบ่งปันไฟล์วิดีโอ,สตรีมมิงวิดีโอ
- Music sharing - แบ่งปันไฟล์เสียง ไฟล์เพลง
- Document sharing - แบ่งปันไฟล์เอกสารออนไลน์
- File sharing - พื้นที่สำหรับฝากไฟล์เก็บไว้และเผยแพร่
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม
- ศึกษาเพิ่มเติมในเรื่อง web 2.0 และ web 2.0 tools เพื่อนำความรู้และเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในการสร้าง webquest ของตนเอง
- เลือกและศึกษาเรื่องที่จะนำมาทำ webquest
ข้อคิดเห็นอื่น ๆ
- บทเรียนออนไลน์บางช่วงเสียงดนตรีดังกว่าเสียงอาจารย์ จึงไม่ค่อยได้ยินเสียงอาจารย์พูดค่ะ
วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
Learning Log Week 1
- จากการชม clip vedio ทำให้เห็นพัฒนาการของระบบอินเทอร์เน็ตจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาในหลาย ๆ
- การเรียนการสอนผ่านเว็บ WBI มีนักการศึกษาหลายท่านที่ให้คำนิยมไว้ ซึ่งสรุปความหมายได้ ดังนี้ คือ การจัดการเรียนการสอนโดยใช้คุณลักษณะและทรัพยากรของอินเทอร์เน็ต เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และลดข้อจำกัดต่าง ๆ
- WBI ต่างจาก CAI คือ CAI ทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง ช่วยให้เรียนได้สะดวกในอัตรที่เหมาะสมกับผู้เรียน ส่วนWBI จะทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนผู้สอนสามารถติดต่อถึงกันได้ สะดวกในการติดต่อสื่อสาร
- องค์ประกอบของ WBI ได้แก่
1.เนื้อหาของบทเรียน สำคัญที่สุด ต้องครอบคลุมเนื้อหาให้มากที่สุด
2.ระบบบริหารการเรียน ควรจะสนับสนุนให้ผู้เรียนศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยระบบบริหารการเรียนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง
3.การติดต่อสื่อสาร สามารถติดต่อสื่อสารได้หลายรูปแบบ เช่น chatroom กระดานสนทนา e-mail หรือ video conference เป็นต้น
4.การสอบ/วัดผลการเรียน วัดระดับความรู้ของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนหลักสูตรที่เหมาะสม
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า
- พัฒนาการของ WBI เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันสามารถจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลจากการพัฒนาของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลให้สิ่งต่าง ๆ พัฒนาไปอย่างรวดเร็วด้วย
- เครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่อง ไม่พร้อมสำหรับการเรียนการสอน (ไม่มีบางโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้)
- ระบบในการเรียนการสนอขัดข้อง ทำให้เสียเวลาไปบ้าง แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ดี
