วันจันทร์ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 4

สิ่งที่ได้เรียนรู้

  • กิจกรรมการนำเสนอผลงานการออกแบบเว็บเควสต์ ทำให้เห็นถึงมุมมองการออกแบบเว็บที่หลากหลายจากเพื่อน ๆ แต่ละคน ได้เห็นตัวอย่างการออกแบบเว็บที่ดี นอกจากนั้นยังเห็นข้อบกพร่องเล็กๆ น้อยๆของแต่ละคนอีกด้วย จากการนำเสนอเพื่อน ๆ และอาจารย์ผู้สอนก็จะช่วยแนะนำ เสนอแนะข้อบกพร่องที่ควรปรับปรุงแก้ไข เพื่อพัฒนาเว็บเควสของเราให้ออกมาดีที่สุด
  • ข้อบกพร่องในส่วนต่าง ๆ ของดิฉันที่จะต้องนำมาปรับปรุงแก้ไข คือ สีของชื่อเรื่อง (cloud) กลมกลืนกับแบล็กกราวมากเกินไป และถ้าปรับโทนสีของเว็บเป็นสีฟ้ามากขึ้นให้เข้ากับเรื่องเมฆได้มากกว่านี้ก็จะดีมาก ในส่วนของ site structure ควรลงรายละเอียดในส่วนต่าง ๆ ให้ชัดเจน เพื่อให้เห็นถึงโครงสร้างของเว็บเควสอย่างละเอียด ซึ่งการออกแบบนี้จะทำให้เราเห็นภาพรวมทั้งหมดที่จะนำไปสร้างเว็บเควสต์ ค่ะ

    *งานคู่ คู่กับนภนุต เค้าศรีวงษ์ เรื่องที่เลือก คือ เรื่องเมฆ (cloud)
  • การใช้ adobe photoshop หรือโปรแกรมอื่นๆ ในการพัฒนาเว็บนั้น ทำให้เว็บดูสวยงาม และน่าสนใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการกระตุ้นความสนใจให้กับผู้ใช้เว็บ เว็บไซต์ที่สวยงามก็เป็นอีกปัจจัยที่จะดึงดูดความน่าสนใจของเว็บนั้นๆ ค่ะ

สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า

  • หาข้อมูลเพิ่มเติมเรื่อง เมฆ
  • ออกแบบเว็บเควสต์(งานคู่) โดยนำคำแนะนำจากการเสนอผลงานมาปรับปรุงให้ดีขึ้น


ข้อคิดเห็นอื่นๆ
  • กิจกรรมนำเสนอผลงานออกแบบเว็บเควสต์ดีค่ะ ทำให้เห็นมุมมองที่หลากหลาย และได้ข้อเสนอแนะในส่วนที่บกพร่อง เพื่อนำไปปรับปรุงแก้ไข

วันอังคารที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 3

สิ่งที่ได้เรียนรู้

ADDIE's ISD Model มีขั้นตอนดังนี้

1.ขั้นการวิเคราะห์ (Analysis) >> ประกอบด้วยการวิเคราะห์หัวเรื่อง วิเคราะห์ผู้เรียน วิเคราะห์วัตถุประสงค์ วิเคราะห์เนื้อหา
2.ขั้นการออกแบบ (Design) >> การกำหนดโครงสร้าง รายละเอียดของเว็บไซท์ให้สอดคล้องกับข้อมูลจากขั้นวิเคราะห์
3.ขั้นการพัฒนา (Delopment) >> กำหนดแผนการดำเนินงานการสร้างเว็บไซท์ โดยระบุเนื้อหา รูปภาพและอื่นๆ ที่จะนำมาใช้ในเว็บ โดยตอบสนองกับวัตถุประสงค์
4.ขั้นการนำไปใช้ (Implementation) >> เมื่อสร้างเว็บไซท์เสร็จ ควรนำไปทดลองใช้กับกลุ่มเป้าหมายและปรับแก้ตามข้อเสนอแนะ
5.ขั้นประเมินผล (Evaluation) >> จะต้องมีการวัดและประเมินผลอย่างเป็นระบ โดยวัดที่คุณภาพและประสิทธิภาพในการใช้ของของเว็บไซท์

GAGNE Model
1.Gaining Attention >> ขั้นการสร้างความสนใจ โดยอาจใช้ภาพ สี เสียง แอนนิเมชั่นต่าง ๆ
2.Inform learners Objectives >> ขั้นการแจ้งวัตถุประสงค์ให้ผู้เรียนทราบ อาจใช้รูปแบบของ bloom
3.Stimulate recall of prior learning >> ขั้นกระตุ้นความรู้เดิม โดยอาจใช้วิธีการถามตอบหรือทำแบบทดสอบก่อนเรียน
4.Present the content >> ขั้นการนำเสนอเนื้อหา อาจอยู่ในรูปแบบเนื้อหา สื่อมัลติมีเดีย หรือบทเรียน CAI
5.Provide learning guidance >> ขั้นการให้คำแนะนำ ควรมีหน้าสำหรับให้ผู้เรียนได้ถามข้อสงสัยต่าง ๆ
6.Elicit performance >> ขั้นการตรวจสอบการเรียนรู้ของผู้เรียน โดยดูจากพฤติกรรมที่ผู้เรียนแสดงออกมา
7.Provide feedback >> ขั้นในการให้ข้อเสนอแนะผู้เรียน อาจเสนอแนะผ่านช่องท่างต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เรียนได้ทราบผลป้อนกลับ
8.Assess performance >> ขั้นการประเมินผล ควรมีการประเมินผลที่หลากหลาย
9.Enhance retention & transfer to the job >> ขั้นระดับความคงทนในเรื่องที่จะเรียนและการถ่ายโยง เพื่อให้ผู้เรียนนำความรู้ไปใช้ต่อไป

Site structure การออกแบบโครงสร้างของเว็บ

คือ การจัดหมวดหมู่ และการลำดับเนื้อหา แล้วจัดทำเป็นแผนผังโครงสร้างเว็บไซต์ ซึ่งทำเรารู้ว่ามีเนื้อหาอะไรบ้างภายในเว็บไซต์ และแต่ละหน้าเว็ยเพจนั้นมีการเชื่อมโยงกันอย่างไร โครงสร้างเว็บไซต์ที่ดีจะช่วยให้ผู้ชมไม่สับสนและค้นหาข้อมูลที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว

Page Design การออกแบบหน้าเว็บ

web page ประกอบด้วย
1.Page Header ส่วนบนสุด นิยมใส่ชื่อเว็ป
2.Navigation bar ใช้เชื่อมโยงไปส่วนต่าง ๆ ของเว็บไซท์
3.Page Body ส่วนนี้ใช้สำหรับใส่เนื้อหาหลักของเว็บไซท์
4.Page Footert ส่วนล่างสุด มักใส่ชื่อของหน่วยงานหรือผุ้ทำเว็บไซต์

ในการออกแบบควรใช้งานง่ายและมีสุนทรียภาพ โดยมีความเรียบง่ายในการนำเสนอ มีความสม่ำเสมอตลอดทั้งเว็บไซท์ ควรเลือกใช้สีให้เหมาะสม เพื่อให้ความรู้สึกกับผู้เข้าใช้เว็บไซท์

สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม

- ออกแบบรูปแบบของเว็ปเให้ชัดเจนมากขึ้น
- วางแผนการสร้างเว็ป

ข้อคิดเห็นอื่น ๆ

- ห้องเรียนในวันนั้นเหม็นสีมาก รวมถึงกิจกรรมที่ต้องปฎิบัติในชั้นเรียนค่อนข้างมาก ทำให้เวียนหัวมากค่ะ
- webquest ควรให้ทำเป็นงานคู่ค่ะ

วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 2

สิ่งที่ได้เรียนรู้

Webquest เป็นการจัดกิจกรรมที่ผู้เรียนใช้ข้อมูลออนไลน์ในการจัดกิจกรรมแบบสืบสอบ ส่งเสริมให้ผู้เรียนเกิดการคิดวิเคราะห์ โดยประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ดังนี้

  • การนำเข้าสู่บทเรียน (Introduction) บอกที่มาของกิจกรรมการเรียนรู้ ให้ทราบว่าเป็นเนื้อหาเกี่ยวกับเรื่องอะไร
  • ภาระงานที่ได้รับมอบหมาย (Task) บอกให้ผู้เรียนทราบถึงผลลัพธ์ที่ผู้เรียนต้องจัดทำขึ้นเมื่อจบกิจกรรมนี้แล้ว
  • กระบวนการทำงาน แหล่งอ้างอิงการเรียนรู้ (Process) บอกให้ผู้เรียนทราบถึงรายละเอิยดขั้นตอนต่างๆ ที่ต้องดำเนินการ นักเรียนต้องทำกิจกรรมโดยใช้ website ต่าง ๆ
  • การประเมินผล (Evaluation) แสดงเกณฑ์การตัดสอนและความหมายของคะแนนให้นักเรียนทราบ
  • บทสรุป (Concusion) ต้องสรุปให้นักเรียนทราบถึงความสำคัญและคุณค่าของเนื้อหากิจกรรมนั้นๆ

นอกจากนั้นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับ webquest คือแหล่งอ้างอิง ที่จะช่วยให้ผู้เรียนทราบถึงแหล่งข้อมูล และส่วนของครูผู้สอน ซึ่งเป็นส่วนที่ใช้ชี้แจงครูที่สนใจเข้ามาใช้ webquest ชิ้นนั้นๆ

Dr.Bernie Dodge แห่ง San Diego state University ผู้ริเริ่มพัฒนานวัตกรรม Webquest ในปัจจุบันได้รับความนิยมจากประเทศต่าง ๆ เป็นอย่างมาก

จากกิจกรรม My favorite webquest ทำให้เห็นถึงจุดเด่นของ webquest กิจกรรมที่หลากหลายในการจัดการเรียนการสอนแบบสืบสอบ และจุดด้อยที่เราจะต้องนำไปปรับปรุงแก้ไขในการสร้าง webquest ของตนเอง

web 2.0 เป็นลักษณะของเทคโนโลยีเวิลด์ไวด์เว็บ และการออกแบบเว็บไซต์ในปัจจุบันที่มีลักษณะส่งเสริม่ให้เกิดการแบ่งปันข้อมูล การพัฒนาด้านแนวคิดและการออกแบบ รวมถึงการร่วมสร้างข้อมูลในโลกอินเทอร์เน็ต ซึ่งพัฒนาจากเว็บรุ่นเก่าที่ content มักเป็นลิขสิทธิ์ของเจ้าของเว็บที่ไม่ต้องการให้นำไปลงที่อื่น ส่วน web 2.0 เจ้าของต้องการให้เนื้อหาของตนเองแพร่หลายมากที่สุด

ลักษณะการออกแบบเว็บไซต์ในยุค web 2.0 สรุปได้ดังนี้

  • ใช้งานได้ง่าย
  • แยกส่วนหัวออกมาอย่างชัดเจน
  • จัดวางส่วนต่างๆ ของเว็บอย่างเหมาะสม
  • อักษร สีตัวอักษร และพื้นหลังที่ใช้ต้องชัดเจน
  • ใช้เทคนิคต่าง ๆ เพิ่มกราฟิกให้น่าสนใจ

Web application tools เครื่องมือสารพัดประโยชน์ที่ใช้ทำงานบนหน้าเว็บ

  • blog - เว็บส่วนตัว สร้างง่าย
  • Social Boomarking - แลกเปลี่ยนประสบการณ์ร่วมกัน
  • RSS Feed - อัพเดทข้อมูลข่าวสาร
  • Widgets - application ลูกเล่นของเว็บไซต์
  • Mashup - ผสมผสานให้เกิด application ใหม่ๆ

Communication tools เครื่องมือที่ช่วยติดต่อสื่อสารระหว่างบุคคล

  • Chat/shoutbox - แสดงความคิด พูดคุยผ่านแป้นพิมพ์
  • Instant Messenging - การพูดคุย
  • Skype - โทรศัพท์ทางไกล
  • Podcast - การนำเสนอวิดีโอและเสียงออนไลน์
  • Audiographics -รูปแบบใหม่ของการประชุม

Community tools เครื่องมือและเว็บไซต์ที่ส่งเสริมให้เกิดสังคมออนไลน์

  • webboard - แบ่งปันความคิดเห็นร่วมกัน
  • Wiki - ชุมชนความรู้
  • Social Networking - สังคมออนไลน์
  • Second Life - ชีวิตออนไลน์

File sharing tools เครื่องมือและเว็บไซต์ที่ช่วยในการแบ่งปันำฟล์ต่าง ๆ ของผู้ใช้

  • Photo sharing - แบ่งปันรูปภาพ ภาพถ่าพต่างๆ
  • video sharing - แบ่งปันไฟล์วิดีโอ,สตรีมมิงวิดีโอ
  • Music sharing - แบ่งปันไฟล์เสียง ไฟล์เพลง
  • Document sharing - แบ่งปันไฟล์เอกสารออนไลน์
  • File sharing - พื้นที่สำหรับฝากไฟล์เก็บไว้และเผยแพร่

สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม

  • ศึกษาเพิ่มเติมในเรื่อง web 2.0 และ web 2.0 tools เพื่อนำความรู้และเครื่องมือต่าง ๆ มาใช้ในการสร้าง webquest ของตนเอง
  • เลือกและศึกษาเรื่องที่จะนำมาทำ webquest

ข้อคิดเห็นอื่น ๆ

  • บทเรียนออนไลน์บางช่วงเสียงดนตรีดังกว่าเสียงอาจารย์ จึงไม่ค่อยได้ยินเสียงอาจารย์พูดค่ะ

วันอังคารที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

Learning Log Week 1

สิ่งที่ได้เรียนรู้

- จากการชม clip vedio ทำให้เห็นพัฒนาการของระบบอินเทอร์เน็ตจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งส่งผลให้เกิดการพัฒนาในหลาย ๆ
- การเรียนการสอนผ่านเว็บ WBI มีนักการศึกษาหลายท่านที่ให้คำนิยมไว้ ซึ่งสรุปความหมายได้ ดังนี้ คือ การจัดการเรียนการสอนโดยใช้คุณลักษณะและทรัพยากรของอินเทอร์เน็ต เพื่อให้การเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ และลดข้อจำกัดต่าง ๆ
- WBI ต่างจาก CAI คือ CAI ทำงานได้ด้วยตัวของมันเอง ช่วยให้เรียนได้สะดวกในอัตรที่เหมาะสมกับผู้เรียน ส่วนWBI จะทำงานบนเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ผู้เรียนผู้สอนสามารถติดต่อถึงกันได้ สะดวกในการติดต่อสื่อสาร
- องค์ประกอบของ WBI ได้แก่
1.เนื้อหาของบทเรียน สำคัญที่สุด ต้องครอบคลุมเนื้อหาให้มากที่สุด
2.ระบบบริหารการเรียน ควรจะสนับสนุนให้ผู้เรียนศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยระบบบริหารการเรียนทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง
3.การติดต่อสื่อสาร สามารถติดต่อสื่อสารได้หลายรูปแบบ เช่น chatroom กระดานสนทนา e-mail หรือ video conference เป็นต้น
4.การสอบ/วัดผลการเรียน วัดระดับความรู้ของผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนหลักสูตรที่เหมาะสม
สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตรียมมาครั้งหน้า
- พัฒนาการของ WBI เป็นไปอย่างรวดเร็ว ทำให้ปัจจุบันสามารถจัดการเรียนการสอนผ่านเว็บได้ง่ายขึ้น ซึ่งส่งผลจากการพัฒนาของเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลให้สิ่งต่าง ๆ พัฒนาไปอย่างรวดเร็วด้วย

สิ่งที่จะต้องค้นคว้าเพิ่มเติม/ต้องเตียมมาครั้งหน้า
- ศึกษาเรื่อง webquest,web 2.0 tools
ข้อคิดเห็นอื่น ๆ

- เครื่องคอมพิวเตอร์บางเครื่อง ไม่พร้อมสำหรับการเรียนการสอน (ไม่มีบางโปรแกรมที่จำเป็นต้องใช้)
- ระบบในการเรียนการสนอขัดข้อง ทำให้เสียเวลาไปบ้าง แต่ก็สามารถแก้ปัญหาได้ดี